5 สรรพคุณของมันม่วง รู้แล้วยิ่งอยากกิน ยิ่งฟินกว่า !

กระแสมันม่วงมีมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าความฮอตของมันม่วงจะลดน้อยลงไปสักเท่าไร เพราะนอกจากจะมีการนำมันม่วงมาทำขนม ทาร์ต ลามไปจนไอศกรีมมันม่วง เดี๋ยวนี้ก็เริ่มเห็นเมนูขนมไทย ๆ อย่างบัวลอยมันม่วง ไข่นกกระทามันม่วง เรียกว่ามองไปทางไหนก็มีแต่มันม่วงเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด แสดงให้เห็นว่ามันม่วงเป็นอาหารที่นำมาทำเมนูอะไรก็อร่อย สีมันเทศสีม่วงก็สวยน่ารับประทาน และในส่วนสรรพคุณของมันม่วงนั้นก็ไม่ใช่ย่อย

มันม่วง คือมันอะไรกันแน่

          จริง ๆ แล้วกระแสมันม่วงที่ฮิตกันมาจากมันม่วงของญี่ปุ่น แต่มันม่วงที่เห็นขายกันตามท้องตลาดบ้านเรา เป็นมันเทศสีม่วงที่ปลูกในไทย ขายในไทย ให้คนไทยได้กินกันเองนี่แหละค่ะ ซึ่งมันเทศสีม่วงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Sweet Potato ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์ของมันม่วงนั้นคือ Ipomoea batatas (L.) Lam. มันเทศจัดเป็นพืชในวงศ์ Convolvulaceae 

          มันเทศสีม่วงจัดเป็นพืชกินหัว มีลำต้นเป็นเถาหรือเป็นพุ่มตั้งตรง ถิ่นกำเนิดของมันเทศสีม่วงอยู่ในเขตร้อนแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ส่วนมันเทศสีม่วงในไทยมีแหล่งเพาะปลูกอยู่ทั่วทุกภาค โดยมีพื้นที่เพาะปลูกมันเทศสำคัญแบ่งตามภูมิภาคได้ ดังนี้

          - ภาคเหนือ : เชียงใหม่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และสุโขทัย

          - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เลย สุรินทร์ และบุรีรัมย์

          - ภาคกลาง : อยุธยา สุพรรณบุรี และปทุมธานี 

          - ภาคใต้ : นครศรีธรรมราช ชุมพร และปัตตานี 

* มันม่วง อร่อยดี เฮลธ์ตี้ด้วย

          ประโยชน์ของมันม่วงที่เด่น ๆ นอกจากจะมีไฟเบอร์เยอะแล้ว ตัวสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าแอนโทไซยานินก็เป็นสรรพคุณสุดจี๊ดของมันม่วงเขาเหมือนกัน โดยกินมันม่วงแล้วก็จะได้ประโยชน์ตามนี้

1. ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด 

          แอนโทไซยานินที่มีอยู่ในมันเทศสีม่วงมีคุณสมบัติต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของไขมัน โดยจะทำหน้าที่ยับยั้งการรวมตัวระหว่างออกซิเจนกับคอเลสเตอรอลชนิด LDL จากกระบวนการออกซิเดชั่น จึงถือว่ามันเทศสีม่วงมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
 

2.  ช่วยบำรุงผิวพรรณ และผม

          สารต้านอนุมูลอิสระอย่างแอนโทไซยานินและสารฟลาโวนอยด์ในมันเทศสีม่วงมีคุณสมบัติช่วยดูดซับอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ยังมีฤทธิ์ต้านรังสียูวี ช่วยให้ผิวพรรณไม่โดนรังสียูวีทำร้าย นอกจากนี้สารอาหารในมันม่วงยังมีส่วนกระตุ้นให้เส้นผมดำ ชะลอการเกิดผมหงอกด้วยนะ

3. ชะลอความแก่

          ผลการศึกษาของ น.ส.พัชรี มั่นคง นักศึกษาหลักสูตรพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยทดลองกับแมลงหวี่ ซึ่งมีระบบเอนไซม์คล้ายกับมนุษย์ พบว่า มันเทศสีม่วงมีส่วนช่วยชะลอความแก่ได้ 13% มันเทศสีเหลืองช่วยชะลอความแก่ได้ 11% โดยสารต้านอนุมูลอิสระในมันเทศสีม่วงมีคุณสมบัติต้านการเกิดไกลเคชั่น ซึ่งเป็นการทำปฏิกิริยาระหว่างน้ำตาลกับโปรตีนในร่างกาย อันเป็นปัจจัยที่โน้มน้าวให้เซลล์เสื่อมหรือแก่ลง ซึ่งภาวะนี้มักจะพบได้มากในผู้สูงอายุ หรือในผู้ป่วยเบาหวาน ที่น้ำตาลในเลือดจะไปจับโปรตีนในเซลล์ ส่งผลให้เส้นเลือดเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร

4. ช่วยลดโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน

          ด้วยความที่สารต้านอนุมูลอิสระในมันเทศสีม่วงมีคุณสมบัติต้านการเกิดไกลเคชั่นระหว่างน้ำตาลกับโปรตีนในร่างกาย ดังนั้นการได้รับแอนโทไซยานินจากมันเทศสีม่วงก็ช่วยยับยั้งการจับตัวของน้ำตาลกับโปรตีนในระดับเซลล์ ส่งผลให้เซลล์ในร่างกายและเส้นเลือดเสื่อมน้อยลง ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานได้

5. ต้านมะเร็ง

          การศึกษาจากต่างประเทศโดยนักวิทยาศาสตร์ Wargovich, Chen, Jimenez, and Steele เมื่อปี ค.ศ. 1996 พบว่า สารสกัดจากแอนโทไซยานินมีคุณสมบัติป้องกันมะเร็งได้ โดยการใช้แอนโทไซยานินที่ระดับความเข้มข้นต่ำ สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่เป็นอาสาสมัครได้ 

          อีกทั้งยังมีการศึกษาที่สนับสนุนคุณสมบัติต้านมะเร็งของแอนโทไซยานินในมันม่วงด้วยว่า สารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้มีคุณสมบัติต้านมะเร็งลำไส้ โดยมีไฟเบอร์เป็นตัวช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานคล่องตัว ลดความเสี่ยงมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

มันม่วง แคลอรีเยอะไหม กินมันม่วงช่วยลดน้ำหนักได้หรือเปล่า

          อย่างที่เห็นว่ามันม่วงมีแคลอรีอยู่ 114 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม ซึ่งก็จัดว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงานในระดับปานกลาง แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่ามันม่วงมีคาร์โบไฮเดรตสูงมากเช่นกัน แต่คาร์โบไฮเดรตในมันม่วงนั้นเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ทำให้เราอิ่มเร็วและอิ่มอยู่ท้องได้นาน 

          ดังนั้นคนที่จะกินมันเทศลดน้ำหนัก ก็ควรเลือกกินคาร์โบไฮเดรตจากอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งต่อมื้อ เช่น หากเลือกกินมันเทศก็ควรเลี่ยงข้าว ขนมปัง รวมไปถึงแป้งในรูปแบบต่าง ๆ ที่สำคัญควรเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการที่ดี ร่วมกับหมั่นออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ด้วยนะ

 

ที่มา : สถาบันวิจัยพืชสวน

Top