“บัว” มากด้วยประโยชน์

บัว อีกหนึ่งพืชที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน โดยส่วนต่าง ๆ ของ “บัว” นั้น สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เป็นทั้งยา และอาหารได้อย่างดี
 

 

ดอกบัว ประชาชนนิยมนำไปบูชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น เพราะดอกบัวสามารถคงความงามไว้ได้นาน  กลีบ มีสรรพคุณทางยามากมาย เช่น ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง บำรุงครรภ์ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด เมล็ดบัว เป็นแหล่งรวมธาตุอาหารหลายชนิด สามารถนำมากินได้ทั้งสดและแห้ง ยังนำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวหวาน หรือนำไปบดเป็นแป้งกวนทำไส้ขนมก็ได้ ใยบัว สามารถนำมาทอเป็นผ้า ที่เรียกกันว่า “ผ้าใยบัว”

เกสรบัว มีสรรพคุณทางยาหลายชนิด ปัจจุบันมีการนำเกสรบัวมาทำผลิตภัณฑ์เครื่องบำรุงผิวพรรณอีกด้วย ดีบัว มีสารเนเฟอรีน (neferine) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ สามารถขยายหลอดเลือดและช่วยให้นอนหลับง่าย ใบบัว นำมาเป็นภาชนะห่ออาหาร หรือทำเป็นข้าวห่อใบบัว ส่วนใบอ่อนสามารถนำมากินเป็นผักสดแกล้มน้ำพริก หรือนำมาหั่นฝอย ๆ ชงดื่มแทนน้ำชา ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำได้เป็นอย่างดี

ก้านบัว นำมาตากแห้ง สามารถใช้แทนยากันยุงหรือใช้ทำเชื้อเพลิง และสามารถนำไปทำเยื่อกระดาษได้เช่นเดียวกับกระดาษสา เหง้าบัว เป็นลำต้นใต้ดินสำหรับสะสมอาหาร ขนาดใหญ่ อ้วน มีคุณค่าทางอาหารมาก นิยมนำมาเชื่อมแห้งกินเป็นของหวาน หรือนำไปต้มกับน้ำตาลกรวด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ

ไหลบัว มีใยอยู่มาก เมื่อเด็ดหรือหั่นจะสังเกตเห็นสายใยที่ยืดยาวออกมา หากไม่กำจัดทิ้งไป เวลากินจะกินลำบาก เคล็ดลับการกำจัดเยื่อใยของไหลบัวคือ เมื่อเด็ดหรือหั่นเสร็จแล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ แล้วใช้ตะเกียบมาคนวนในกะละมังให้ทั่ว จะเห็นว่ามีใยของไหลบัวติดออกมา ให้คนไปเรื่อยๆ จนกว่าใบไหลบัวจะไม่ติดขึ้นมา ส่วนสรรพคุณของไหลบัวนั้น ตามตำราสมุนไพรไทย ช่วยแก้อ่อนเพลียและบำรุงหัวใจ มีเส้นใยอาหารมาก จึงช่วยแก้โรคท้องผูกได้

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

Top